 |
สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอเมือง |
สะพานข้ามแม่น้ำแคว
เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง
สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกพันธมิตร
ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย และฮอลันดา จำนวนมากมา สร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า
ซึ่งมีส่วนหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนขาดอาหาร
ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง สะพานข้ามแม่น้ำแควตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม
ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4 กิโลเมตร
แยกซ้ายประมาณ 400 เมตร มีป้ายเขียนบอกไว้ชัดเจน
ทางรถไฟสายมรณะ
ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก
อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านเข้ากาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตกผ่านด่านเจดีย์สามองค์
จนถึงปลายทางที่เมืองตันบีอุซายัต ประเทศพม่า เส้นทางสายนี้เป็นน้ำพักน้ำแรงการบุกเบิกสร้างของทหารเชลยศึกพันธมิตรที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มาสร้าง
เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก
โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ที่เส้นทางรถไฟจะลัดเลาะผ่านไปตามหน้าผาเลียบไปกับแม่น้ำแควน้อย
ปัจจุบันเส้นทางสายนี้ ไปสุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกเป็นระยะทางประมาณ
77 กิโลเมตร การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดเดินรถบนเส้นทางสายนี้ทุกวัน
และจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ-น้ำตก ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ
ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 223-7010
และ 223-7020
พิพิธภัณฑ์อักษะเชลย
หรือ พิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต้ ตัวอาคารสร้างเป็นกระท่อมเลียนแบบค่ายเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่
2 เป็นที่เก็บรวบรวมภาพวาดและภาพถ่ายตลอดจนเครื่องมือ เครื่องใช้ อาวุธมือและลูกระเบิดที่ใช้ในสมัยนั้น
พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ในบริเวณวัดไชยชุมพล (วัดใต้) ถนนไชยชุมพล ในตัวเมืองกาญจนบุรี
เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 5 บาท ชาวต่างประเทศ
25 บาท
หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2
เป็นสถานที่เก็บรักษาสิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่
2 ได้แก่ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ โครงกระดูกของเชลยสงคราม และภาพถ่ายเหตุการณ์ในสมัยนั้น
นอกจากนี้บางส่วนยังจัดทำเป็นหอศิลป์ เก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ เช่น
แสตมป์ ไปรษณียบัตรโบราณ เพชร พลอย และเครื่องประดับ เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา
07.00-18.30 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
โทร. (034) 512596
สุสานทหารสัมพันธมิตร
เนื่องจากการเกณฑ์ทหารสัมพันธมิตรมาสสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ ผ่านกาญจนบุรีไปประเทศพม่าของกองทัพญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่
2 เป็นเหตุให้เชลยศึกพันธมิตรเสียชีวิตลงที่กาญจนบุรีเป็นจำนวนมาก
ชาวไทยจึงได้อุทิศที่ดินให้เป็นสุสานฝังศพผู้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งมีอยู่
2 แห่ง คือ
สุสานกาญจนบุรี
(ดอนรัก)
อยู่ที่บริเวณหลังสถานีรถไฟกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองออกไปทางเหนือประมาณ
1 กิโลเมตร เป็นสุสานที่มีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบ บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง
6,982 หลุม
สุสานเขาปูน
(ช่องไก่)
บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปทางแม่น้ำแควน้อย
ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยทางเรือ นักท่องเที่ยวที่มีรถส่วนตัวต้องนำรถข้ามแพขนานยนต์ที่ท่าหน้าเมือง
แล้วแล่นรถไปตามถนนลูกรังผ่านหมู่บ้านชาวประมงริมน้ำไป 3 กิโลเมตร
สุสานนี้อยู่ห่างจากริมฝั่งน้ำประมาณ 20 เมตร ขนาดเล็กกว่าสุสานกาญจนบุรี
บรรจุศพเชลยศึกรวม 1,750 หลุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารอังกฤษ
วัดถ้ำมังกรทอง
อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร บนฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ตั้งอยู่เชิงเขาใกล้ถ้ำ
การเดินทางใช้เส้นทางที่แยกซ้ายจากหน้าศาลากลางจังหวัดไปประมาณ 1.5
กิโลเมตร ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองไปยังวัดถ้ำมังกรทองได้ เหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ำมังกรทองก็เนื่องจากมีถ้ำขนาดเล็กอยู่บนยอดเขาที่ราวบันไดทั้ง
2 ข้าง สร้างขึ้นไว้เป็นรูปมังกรสองตัวขนาดใหญ่ขนานกันไปจนสุดทางที่ปากถ้ำ
บันไดมีทั้งหมด 95 ขั้น ที่ตรงปากถ้ำมีหินใหญ่ทำเป็นหน้าสิงโตเอาไว้ดูน่าเกรงขาม
วัดถ้ำมังกรทองมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลายเกี่ยวกับการทำสมาธิลอยตัวในน้ำ
มีผู้สนใจมาชมเป็นประจำ
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
ตั้งอยู่ที่ทุ่งนาคราช ตำบลหนองหญ้า ในบริเวณวิทยาลัยเกษตรกรรม จังหวัดกาญจนบุรี
มีเนื้อที่ 600 ไร่ ประชาชนทั่วไปเรียกสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ว่า
สวนหิน หรือ อุทยานหิน เพราะในบริเวณนั้นมีหินงอกอยู่เรียงรายอย่างมีระเบียบอยู่ในเนื้อที่ประมาณ
200 ไร่ ลักษณะของหินเป็นรูปสัตว์นานาชนิดเรียงรายโดยทั่วไป
การเดินทางไปสวนหิน เส้นทางที่ใกล้ที่สุด
คือเดินทางจากหลักเมืองไปยังท่ารวมของแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่
ข้ามแพขนานยนต์ไปยังฝั่งตรงข้าม เดินทางผ่านสุสานสหประชาชาติ ถ้ำเขาหินปูนและเลี้ยวเข้าวิทยาลัยเกษตรกรรม
จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร
อีกเส้นทางหนึ่งไปตามถนนแสงชูโตผ่านสุสานสัมพันธมิตรถึงสามแยกแก่งเสี้ยน
เลี้ยวซ้ายผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปตามเส้นทางวัดเขาปูน จะถึงบริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
ทางนี้มีระยะทาง 21 กิโลเมตร
ถ้ำสัตตบรรณคูหา
จากทางเข้าสวนหินมาประมาณ 1 กิโลเมตร เยื้องกับวิทยาลัยเกษตรกรรม มีทางแยกไปถ้ำอีก
1 กิโลเมตร บริเวณถ้ำเป็นที่ตั้งสำนักสงฆ์ สภาพภูมิประเทศโดยรอบสวยงามและเงียบสงบ
โบราณสถานในเขตเมืองกาญจนบุรีเก่า
ตั้งอยู่ในเขตตำบลลาดหญ้า บริเวณนี้เคยเป็นเมืองหน้าด่าน สกัดกั้นการเดินทัพของพม่าซึ่งยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์
ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น จนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประมาณ พ.ศ. 2091-2328
สภาพปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยของแนวกำแพงดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด
168 x 355 เมตร มีป้อมค่ายอยู่ทั้ง 4 มุม โบราณสถานโดยรอบมีวัดขุนแผน
วัดแม่หม้าย วัดป่าเลไลยก์ และวัดนางพิมพ์
ถ้ำพุพระหรือวัดถ้ำขุนแผน
เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนภูเขาสูงมีประวัติเล่าว่า ขุนแผนได้นำเอากุมารทองมาย่างในถ้ำนี้
ถ้ำพุพระอยู่บนเส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข
323) ตรงกิโลเมตรที่ 7-8 แยกซ้ายเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร มีรถประจำทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค
วิ่งผ่านปากทางไปสู่ถ้ำนี้ด้วย โดยจะต้องเดินเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร
ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี
วิทยาลัยครูกาญจนบุรีอยู่บนถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค (ทางหลวงหมายเลข
323) ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นแหล่งแสดงเครื่องใช้ภายในครัวเรือน
เครื่องมือที่ใช้ในการจับปลา ภาชนะดินเผาก่อนประวัติศาสตร์หนังสือไทย
โบราณและศิลปวัตถุต่างๆ เปิดให้ชมทุกวันเวลา 09.00-16.30 น.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า
บ้านเก่าเป็นตำบลเล็กๆ ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ
35 กิโลเมตร ตามเส้นทางเดียวกับอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ (ทางหลวงหมายเลข
323) เป็นชุดที่ขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดี เกี่ยวกับมนุษย์สมัยหินยุคก่อนประวัติศาสตร์เป็นแห่งแรกในประเทศไทย
เมื่อ พ.ศ. 2506 สิ่งที่ค้นพบได้แก่ โครงกระดูกมนุษย์ ขวานหิน และเครื่องปั้นดินเผา
เปิดให้ชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา
09.00-16.00 น.
ถ้ำมะเดื่อ
อยู่ภายในบริเวณวัดถ้ำมะเดื่อ ตำบลบ้านเก่า ห่างจากตัวเมืองประมาณ
40 กิโลเมตร ตัวถ้ำอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย คนละฝั่งกับปราสาทเมืองสิงห์
โดยอยู่ห่างจากปราสาทเมืองสิงห์ประมาณ 1 กิโลเมตร
การเดินทางไปวัดถ้ำมะเดื่อต้องลงเรือข้ามฝากจากท่าเรือซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟท่ากิเลน
ประมาณ 1 กิโลเมตร หรือถ้าไปทางรถยนต์ต้องไปข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแควน้อยที่ตำบลบ้านเก่า
และไปตามเส้นทางสายไปค่ายทหาร (ค่ายไทรโยค) ตัวถ้ำจะอยู่ห่างจากค่ายไทรโยคไปประมาณ
2 กิโลเมตร เมื่อเดินทางไปถึง นักท่องเที่ยวต้องติดต่อกับทางจังหวัด
เพื่อขอกุญแจเปิดประตูทางเข้าถ้ำมะเดื่อ
ภายในถ้ำมีเนื้อที่กว้างขวาง มีหินงอกหินย้อยสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละคูหา
ต้องใช้เวลาในการชมประมาณ 2 ชั่วโมง ทางวัดถ้ำมะเดื่อได้ติดต่อตั้งไฟฟ้าเพื่อให้เห็นความงดงามของถ้ำ
วัดถ้ำพุหว้า
ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองหญ้า เป็นสาขาหนึ่งของวัดปากน้ำ บรรยากาศโดยรอบสะอาดร่มรื่น
เงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปปฏิบัติธรรมเจริญศีลภาวนา ทั้งสวยงามด้วยภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยภูเขาป่าไม้
และถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยงดงามหลายแห่ง การเดินทางไปยังวัดถ้ำพุหว้า
สามารถใช้เส้นทางไปได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางกาญจนบุรี-บ้านเก่า เลี้ยวซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่
16 ไปตามเส้นทางสายพุประดู่-วังลาน อีก 6 กิโลเมตร ก็จะถึงทางแยกเข้าวัด
หรือข้ามแพขนานยนต์ที่ท่าน้ำหน้าเมือง เดินทางผ่านวัดถ้ำเขาปูน สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
จากนั้นเลี้ยวขวาที่บริเวณระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 49-48 ไปตามเส้นทางสายพุประดู่-วังลาน
อีก 5 กิโลเมตร ก็จะถึงทางแยกเข้าวัด
สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอไทรโยค
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์บ้านเก่าประมาณ 8 กิโลเมตร หรือเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข
323 เส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค จนถึงกิโลเมตรที่ 15 จะมีทางแยกซ้ายไปปราสาทเมืองสิงห์อีก
7 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีศิลปะการก่อสร้างอยู่ในยุคลพบุรีตอนปลาย
ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-18 ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง มีคูน้ำ
และแนวคันดินเป็นชั้นๆ คล้ายกำแพงเมืองโบราณรูปสี่เหลี่ยมภายในเนื้อที่
200 ไร่ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ค่าเข้าชมสำหรับคนไทย
5 บาท ชาวต่างประเทศ 20 บาท
อุทยานแห่งชาติไทรโยค
มีเนื้อที่ 312,500 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2523
มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง
ถ้ำสวรรค์วังบาดาล (ถ้ำวังบาดาล)
เป็นถ้ำซึ่งค้นพบโดยชาวบ้านอำเภอไทรโยค ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าเสา ห่างจากตัวเมืองประมาณ
63 กิโลเมตร อยู่ด้านหลังน้ำตกเขาพังประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นถ้ำขนาดเล็กแต่มีความลึกมาก
ปากถ้ำเป็นช่องเล็กๆ เข้าไปได้ทีละคน จากการสำรวจพบว่าถ้ำแห่งนี้มีทั้งหมด
7 ชั้น แต่ละชั้นจะมีความลาดชัน และมีชื่อเรียกไปตามจินตนาการของผู้พบเห็น
ถ้ำนี้มีความงามตามธรรมชาติของหินงอกหินย้อยสลับซับซ้อน โดยชั้นที่
7 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายจะมีแอ่งน้ำกว้างประมาณ 10 เมตร มีปลาอาศัยอยู่มากมาย
ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่ามีสีขาวทุกตัว จากความงามภายในถ้ำ ชาวบ้านและผู้พบเห็นจึงใช้ชื่อว่า
ถ้ำสวรรค์วังบาดาล
ถ้ำไทรทอง
หรือถ้ำตาหม่อง
ตั้งอยู่ที่บ้านไทรทอง ตำบลลุ่มสุ่ม ห่างจากตัวอำเภอไทรโยค ประมาณ
8 กิโลเมตร ไปตามถนนสายวังโพธิ์-บ้านท้ายเหมือง แล้วแยกเข้าเส้นทางสายบ้านพุน้อย-แก่งระเบิด
ถึงบริเวณเชิงเขา ต่อจากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นไปยังปากถ้ำ ถ้ำไทรทองมีความกว้างของปากถ้ำ
20 เมตร ความยาวตลอดถ้ำประมาณ 100 เมตร มีอากาศถ่ายเท ตอนปลายถ้ำมีช่องเปิดสู่ด้านบนของภูเขา
มีหินงอกหินย้อยสวยงาม
ช่องเขาขาด
เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะ การเดินทางไปชม ใช้เส้นทางสายไทรโยค-ทองผาภูมิ
ถึงกิโลเมตรที่ 66 บริเวณที่ทำการของ กรป. กลาง มีทางแยกซ้ายไปช่องเขาขาดอีก
500 เมตร ช่องเขาขาดเป็นภูเขาที่ถูกตัดเป็นช่องเพื่อสำหรับสร้างทางรถไฟในสมัยสงครามโลกครั้งที่
2 ปัจจุบันยังมีร่องรอยของทางรถไฟปรากฏอยู่
สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอทองผาภูมิ
น้ำพุร้อนหินดาด
หรือน้ำพุร้อนกุยมั่ง
เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติริมลำธาร ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 135
กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 323 กิโลเมตรที่ 107 ในบริเวณมีบ่อน้ำร้อนซึ่งสร้างโดยทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่
2 ติดกับบ่อน้ำร้อนมีสระน้ำสำหรับผู้มาเยือนได้อาบน้ำและแช่น้ำอุ่นได้โดยสะดวก
น้ำตกผาตาด
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ แต่สามารถเดินทางเข้าถึงโดยใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ
ทางหลวงหมายเลข 323 ถึงกิโลเมตรที่ 105 จะมีทางแยกขวาไปอีก 9 กิโลเมตร
ทางราดยางตลอดสายจะมีมากในช่วงปลายฤดูฝน สายน้ำที่ตกลงมาจากหน้าผาสูง
จะไหลลดหลั่นลงมาตามชั้นหินปูนที่มีต้นไม้ให้ร่มเงาขึ้นอยู่ทั่วไป
บริเวณน้ำตกก่อให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม
เขื่อนเขาแหลม
เป็นเขื่อนหินทิ้งดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 92 เมตร ความยาวสันเขื่อน
1,019 เมตร กั้นลำน้ำแควน้อย เขตตำบลท่าขนุน อยู่เหนืออำเภอทองผาภูมิประมาณ
6 กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีตามเส้นทางหมายเลข 323 ไปทางเหนือประมาณ
147 กิโลเมตร เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
มีบ้านพักบริการ สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 436-3179
เลยทางแยกเข้าเขื่อนไปอีก 3 กิโลเมตร
จะถึงท่าแพเขื่อนเขาแหลม เป็นที่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือหรือแพเที่ยวชมทะเลสาบ
มีบริการแพพักและร้านอาหารอยู่หลายแห่ง
เหมืองปิล็อก
ในตำบลปิล็อกซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิไปทางทิศตะวันตกประมาณ 70
กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3272 มีการทำเหมืองแร่ดีบุกวุลแฟรมกันมากบนเทือกเขาตะนาวศรี
ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า ระหว่างทางสามารถแวะชม ปิล็อกฮิลล์
สถานที่ปลูกไม้ผลและไม้ประดับเมืองหนาว ซึ่งอยู่ห่างจากทองผาภูมิประมาณ
32 กิโลเมตร การเดินทางควรใช้ความระมัดระวังและควรใช้รถที่มีกำลังขับเคลื่อนสูง
เนื่องจากเส้นทางส่วนใหญ่มีความสูงชันและคดเคี้ยว
อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณป่าเขาและอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลม เป็นพื้นที่ประมาณ
815 ตารางกิโลเมตร นอกจากทิวทัศน์ที่สวยงามของอ่างเก็บน้ำแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ
ได้แก่
น้ำตกเกริงกระเวีย
เป็นน้ำตกชั้นเตี้ยๆ ไหลลดหลั่นมาตามชั้นหินปูน ซึ่งมีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น
กระแสน้ำไหลแผ่กระจายเป็นพื้นที่กว้าง มีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน น้ำตกเกริงกระเวียตั้งอยู่ริมทางสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี
เลยทองผาภูมิไปประมาณ 32 กิโลเมตร
น้ำตกไดช่องถ่อง
เป็นน้ำตกขนาดเล็ก เลยจากน้ำตกเกริงกระเวียไปตามเส้นทางทองผาภูมิ-สังขละบุรี
2 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายไปน้ำตกอีกประมาณ 6 กิโลเมตร สภาพเส้นทางเข้าตัวน้ำตกไม่ดีนัก
เดินทางลำบากโดยเฉพาะในฤดูฝน
บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม
ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี มีสถานที่สำหรับกางเต็นท์พักแรม
แต่นักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์มาเอง
น้ำตกทุ่งนางครวญ
เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านทุ่งนางครวญ ตำบลชะแล
สภาพน้ำตก ยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมทั่วบริเวณตัวน้ำตกเป็นหินปูน
มีทั้งสิ้น 7 ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นหน้าผาขนาดสูงใหญ่ บางชั้นสูงกว่า
50 เมตร และมีน้ำไหลตลอดทั้งปี
น้ำตกทุ่งนางครวญ
อยู่ห่างจากจังหวัดกาญจนบุรีประมาณ 190 กิโลเมตร การเดินทางใช้เส้นทางสาย
323 ตามถนนสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี เลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 26
(โดยสังเกตุจากพระพุทธรูปสีขาวที่อยู่บริเวณทางแยก) เดินทางต่อไปอีก
15 กิโลเมตร สภาพถนนเป็นทางราดยางสลับกับทางลูกรังอัดแน่น เมื่อถึงหมู่บ้านทุ่งนางครวญ
จะมีทางแยกเข้าน้ำตกอีก 3 กิโลเมตร สภาพถนนเป็นถนนดิน ควรเดินทางโดยรถขับเคลื่อน
4 ล้อ หรือรถกระบะ จากนั้นต้องเดินเท้าต่ออีกประมาณ 30 นาที จึงถึงบริเวณน้ำตกชั้นที่
1 หากนักท่องเที่ยวต้องการความสะดวก สามารถติดต่อกับชาวบ้านเพื่อว่าจ้างหาผู้นำทางไปยังน้ำตกได้
|