Un title page
 
Un title page
ปางช้างไทนโยค
 
 
Un title page  Language   
  แผนที่สายธารรีสอร์ท
  แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง
แพ็คเก็จทัวร์  
  ภาพทัวร์ประทับใจ  
  รับจัดทัวร์ราคาประหยัด  
  โปรแกรมการเดินทาง
  ปางช้างไทรโยค    
ประวัติของป้างช้างไทรโยค
  ทิวทัศน์ที่สายธารไอยรา

 

 
 
  จำนวนผู้เยี่ยมชม
 
  Elephantpark.ComElephantpark.ComElephantpark.ComElephantpark.ComElephantpark.ComElephantpark.ComElephantpark.ComElephantpark.Com
  เริ่มนับตั้งแต่ 18 เมษายน 2547
  กำลังใช้งาน
 
  Elephantpark.ComElephantpark.ComElephantpark.Com
 
 
จองห้องพัก
การจองและชำระเงิน
 
  ใบอนุญาต
เลขที่ 12/813

                    
      










  
       ภคิน  วิทูรผดุงกิจ

       กันตา  วิทูรผดุงกิจ
สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอเมือง
สะพานข้ามแม่น้ำแคว
เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย และฮอลันดา จำนวนมากมา สร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า ซึ่งมีส่วนหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนขาดอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง สะพานข้ามแม่น้ำแควตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4 กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ 400 เมตร มีป้ายเขียนบอกไว้ชัดเจน

ทางรถไฟสายมรณะ
ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านเข้ากาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปทางทิศตะวันตกผ่านด่านเจดีย์สามองค์ จนถึงปลายทางที่เมืองตันบีอุซายัต ประเทศพม่า เส้นทางสายนี้เป็นน้ำพักน้ำแรงการบุกเบิกสร้างของทหารเชลยศึกพันธมิตรที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มาสร้าง เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า ทิวทัศน์ตลอดเส้นทางนี้สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณถ้ำกระแซ ที่เส้นทางรถไฟจะลัดเลาะผ่านไปตามหน้าผาเลียบไปกับแม่น้ำแควน้อย ปัจจุบันเส้นทางสายนี้ ไปสุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกเป็นระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตร การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดเดินรถบนเส้นทางสายนี้ทุกวัน และจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ-น้ำตก ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 223-7010 และ 223-7020

พิพิธภัณฑ์อักษะเชลย
หรือ พิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต้ ตัวอาคารสร้างเป็นกระท่อมเลียนแบบค่ายเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นที่เก็บรวบรวมภาพวาดและภาพถ่ายตลอดจนเครื่องมือ เครื่องใช้ อาวุธมือและลูกระเบิดที่ใช้ในสมัยนั้น พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ในบริเวณวัดไชยชุมพล (วัดใต้) ถนนไชยชุมพล ในตัวเมืองกาญจนบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 5 บาท ชาวต่างประเทศ 25 บาท

หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2
เป็นสถานที่เก็บรักษาสิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้แก่ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ โครงกระดูกของเชลยสงคราม และภาพถ่ายเหตุการณ์ในสมัยนั้น นอกจากนี้บางส่วนยังจัดทำเป็นหอศิลป์ เก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ เช่น แสตมป์ ไปรษณียบัตรโบราณ เพชร พลอย และเครื่องประดับ เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 07.00-18.30 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. (034) 512596

สุสานทหารสัมพันธมิตร
เนื่องจากการเกณฑ์ทหารสัมพันธมิตรมาสสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ ผ่านกาญจนบุรีไปประเทศพม่าของกองทัพญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเหตุให้เชลยศึกพันธมิตรเสียชีวิตลงที่กาญจนบุรีเป็นจำนวนมาก ชาวไทยจึงได้อุทิศที่ดินให้เป็นสุสานฝังศพผู้เสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งมีอยู่ 2 แห่ง คือ

สุสานกาญจนบุรี (ดอนรัก)
อยู่ที่บริเวณหลังสถานีรถไฟกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองออกไปทางเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นสุสานที่มีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบ บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง 6,982 หลุม

สุสานเขาปูน (ช่องไก่)
บริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปทางแม่น้ำแควน้อย ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยทางเรือ นักท่องเที่ยวที่มีรถส่วนตัวต้องนำรถข้ามแพขนานยนต์ที่ท่าหน้าเมือง แล้วแล่นรถไปตามถนนลูกรังผ่านหมู่บ้านชาวประมงริมน้ำไป 3 กิโลเมตร สุสานนี้อยู่ห่างจากริมฝั่งน้ำประมาณ 20 เมตร ขนาดเล็กกว่าสุสานกาญจนบุรี บรรจุศพเชลยศึกรวม 1,750 หลุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารอังกฤษ

วัดถ้ำมังกรทอง
อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร บนฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ตั้งอยู่เชิงเขาใกล้ถ้ำ การเดินทางใช้เส้นทางที่แยกซ้ายจากหน้าศาลากลางจังหวัดไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองไปยังวัดถ้ำมังกรทองได้ เหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ำมังกรทองก็เนื่องจากมีถ้ำขนาดเล็กอยู่บนยอดเขาที่ราวบันไดทั้ง 2 ข้าง สร้างขึ้นไว้เป็นรูปมังกรสองตัวขนาดใหญ่ขนานกันไปจนสุดทางที่ปากถ้ำ บันไดมีทั้งหมด 95 ขั้น ที่ตรงปากถ้ำมีหินใหญ่ทำเป็นหน้าสิงโตเอาไว้ดูน่าเกรงขาม วัดถ้ำมังกรทองมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลายเกี่ยวกับการทำสมาธิลอยตัวในน้ำ มีผู้สนใจมาชมเป็นประจำ

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
ตั้งอยู่ที่ทุ่งนาคราช ตำบลหนองหญ้า ในบริเวณวิทยาลัยเกษตรกรรม จังหวัดกาญจนบุรี มีเนื้อที่ 600 ไร่ ประชาชนทั่วไปเรียกสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ว่า “สวนหิน” หรือ “อุทยานหิน” เพราะในบริเวณนั้นมีหินงอกอยู่เรียงรายอย่างมีระเบียบอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ ลักษณะของหินเป็นรูปสัตว์นานาชนิดเรียงรายโดยทั่วไป

การเดินทางไปสวนหิน เส้นทางที่ใกล้ที่สุด คือเดินทางจากหลักเมืองไปยังท่ารวมของแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ ข้ามแพขนานยนต์ไปยังฝั่งตรงข้าม เดินทางผ่านสุสานสหประชาชาติ ถ้ำเขาหินปูนและเลี้ยวเข้าวิทยาลัยเกษตรกรรม จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร

อีกเส้นทางหนึ่งไปตามถนนแสงชูโตผ่านสุสานสัมพันธมิตรถึงสามแยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแควใหญ่ไปตามเส้นทางวัดเขาปูน จะถึงบริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ทางนี้มีระยะทาง 21 กิโลเมตร

ถ้ำสัตตบรรณคูหา
จากทางเข้าสวนหินมาประมาณ 1 กิโลเมตร เยื้องกับวิทยาลัยเกษตรกรรม มีทางแยกไปถ้ำอีก 1 กิโลเมตร บริเวณถ้ำเป็นที่ตั้งสำนักสงฆ์ สภาพภูมิประเทศโดยรอบสวยงามและเงียบสงบ

โบราณสถานในเขตเมืองกาญจนบุรีเก่า
ตั้งอยู่ในเขตตำบลลาดหญ้า บริเวณนี้เคยเป็นเมืองหน้าด่าน สกัดกั้นการเดินทัพของพม่าซึ่งยกเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์ ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น จนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประมาณ พ.ศ. 2091-2328 สภาพปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยของแนวกำแพงดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 168 x 355 เมตร มีป้อมค่ายอยู่ทั้ง 4 มุม โบราณสถานโดยรอบมีวัดขุนแผน วัดแม่หม้าย วัดป่าเลไลยก์ และวัดนางพิมพ์

ถ้ำพุพระหรือวัดถ้ำขุนแผน
เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนภูเขาสูงมีประวัติเล่าว่า ขุนแผนได้นำเอากุมารทองมาย่างในถ้ำนี้ ถ้ำพุพระอยู่บนเส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค-ทองผาภูมิ (ทางหลวงหมายเลข 323) ตรงกิโลเมตรที่ 7-8 แยกซ้ายเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร มีรถประจำทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค วิ่งผ่านปากทางไปสู่ถ้ำนี้ด้วย โดยจะต้องเดินเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร

ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี
วิทยาลัยครูกาญจนบุรีอยู่บนถนนสายกาญจนบุรี-ไทรโยค (ทางหลวงหมายเลข 323) ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นแหล่งแสดงเครื่องใช้ภายในครัวเรือน เครื่องมือที่ใช้ในการจับปลา ภาชนะดินเผาก่อนประวัติศาสตร์หนังสือไทย โบราณและศิลปวัตถุต่างๆ เปิดให้ชมทุกวันเวลา 09.00-16.30 น.

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า
บ้านเก่าเป็นตำบลเล็กๆ ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 35 กิโลเมตร ตามเส้นทางเดียวกับอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ (ทางหลวงหมายเลข 323) เป็นชุดที่ขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดี เกี่ยวกับมนุษย์สมัยหินยุคก่อนประวัติศาสตร์เป็นแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2506 สิ่งที่ค้นพบได้แก่ โครงกระดูกมนุษย์ ขวานหิน และเครื่องปั้นดินเผา เปิดให้ชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.

ถ้ำมะเดื่อ
อยู่ภายในบริเวณวัดถ้ำมะเดื่อ ตำบลบ้านเก่า ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร ตัวถ้ำอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย คนละฝั่งกับปราสาทเมืองสิงห์ โดยอยู่ห่างจากปราสาทเมืองสิงห์ประมาณ 1 กิโลเมตร

การเดินทางไปวัดถ้ำมะเดื่อต้องลงเรือข้ามฝากจากท่าเรือซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟท่ากิเลน ประมาณ 1 กิโลเมตร หรือถ้าไปทางรถยนต์ต้องไปข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแควน้อยที่ตำบลบ้านเก่า และไปตามเส้นทางสายไปค่ายทหาร (ค่ายไทรโยค) ตัวถ้ำจะอยู่ห่างจากค่ายไทรโยคไปประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อเดินทางไปถึง นักท่องเที่ยวต้องติดต่อกับทางจังหวัด เพื่อขอกุญแจเปิดประตูทางเข้าถ้ำมะเดื่อ

ภายในถ้ำมีเนื้อที่กว้างขวาง มีหินงอกหินย้อยสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละคูหา ต้องใช้เวลาในการชมประมาณ 2 ชั่วโมง ทางวัดถ้ำมะเดื่อได้ติดต่อตั้งไฟฟ้าเพื่อให้เห็นความงดงามของถ้ำ

วัดถ้ำพุหว้า
ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองหญ้า เป็นสาขาหนึ่งของวัดปากน้ำ บรรยากาศโดยรอบสะอาดร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปปฏิบัติธรรมเจริญศีลภาวนา ทั้งสวยงามด้วยภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยภูเขาป่าไม้ และถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยงดงามหลายแห่ง การเดินทางไปยังวัดถ้ำพุหว้า สามารถใช้เส้นทางไปได้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางกาญจนบุรี-บ้านเก่า เลี้ยวซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 16 ไปตามเส้นทางสายพุประดู่-วังลาน อีก 6 กิโลเมตร ก็จะถึงทางแยกเข้าวัด หรือข้ามแพขนานยนต์ที่ท่าน้ำหน้าเมือง เดินทางผ่านวัดถ้ำเขาปูน สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ จากนั้นเลี้ยวขวาที่บริเวณระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 49-48 ไปตามเส้นทางสายพุประดู่-วังลาน อีก 5 กิโลเมตร ก็จะถึงทางแยกเข้าวัด

สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอไทรโยค
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
อยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์บ้านเก่าประมาณ 8 กิโลเมตร หรือเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เส้นทางสายกาญจนบุรี-ไทรโยค จนถึงกิโลเมตรที่ 15 จะมีทางแยกซ้ายไปปราสาทเมืองสิงห์อีก 7 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีศิลปะการก่อสร้างอยู่ในยุคลพบุรีตอนปลาย ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-18 ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง มีคูน้ำ และแนวคันดินเป็นชั้นๆ คล้ายกำแพงเมืองโบราณรูปสี่เหลี่ยมภายในเนื้อที่ 200 ไร่ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ค่าเข้าชมสำหรับคนไทย 5 บาท ชาวต่างประเทศ 20 บาท

อุทยานแห่งชาติไทรโยค
มีเนื้อที่ 312,500 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2523 มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง

ถ้ำสวรรค์วังบาดาล (ถ้ำวังบาดาล)
เป็นถ้ำซึ่งค้นพบโดยชาวบ้านอำเภอไทรโยค ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าเสา ห่างจากตัวเมืองประมาณ 63 กิโลเมตร อยู่ด้านหลังน้ำตกเขาพังประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นถ้ำขนาดเล็กแต่มีความลึกมาก ปากถ้ำเป็นช่องเล็กๆ เข้าไปได้ทีละคน จากการสำรวจพบว่าถ้ำแห่งนี้มีทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นจะมีความลาดชัน และมีชื่อเรียกไปตามจินตนาการของผู้พบเห็น ถ้ำนี้มีความงามตามธรรมชาติของหินงอกหินย้อยสลับซับซ้อน โดยชั้นที่ 7 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายจะมีแอ่งน้ำกว้างประมาณ 10 เมตร มีปลาอาศัยอยู่มากมาย ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่ามีสีขาวทุกตัว จากความงามภายในถ้ำ ชาวบ้านและผู้พบเห็นจึงใช้ชื่อว่า “ถ้ำสวรรค์วังบาดาล”

ถ้ำไทรทอง หรือถ้ำตาหม่อง
ตั้งอยู่ที่บ้านไทรทอง ตำบลลุ่มสุ่ม ห่างจากตัวอำเภอไทรโยค ประมาณ 8 กิโลเมตร ไปตามถนนสายวังโพธิ์-บ้านท้ายเหมือง แล้วแยกเข้าเส้นทางสายบ้านพุน้อย-แก่งระเบิด ถึงบริเวณเชิงเขา ต่อจากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นไปยังปากถ้ำ ถ้ำไทรทองมีความกว้างของปากถ้ำ 20 เมตร ความยาวตลอดถ้ำประมาณ 100 เมตร มีอากาศถ่ายเท ตอนปลายถ้ำมีช่องเปิดสู่ด้านบนของภูเขา มีหินงอกหินย้อยสวยงาม

ช่องเขาขาด
เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะ การเดินทางไปชม ใช้เส้นทางสายไทรโยค-ทองผาภูมิ ถึงกิโลเมตรที่ 66 บริเวณที่ทำการของ กรป. กลาง มีทางแยกซ้ายไปช่องเขาขาดอีก 500 เมตร ช่องเขาขาดเป็นภูเขาที่ถูกตัดเป็นช่องเพื่อสำหรับสร้างทางรถไฟในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันยังมีร่องรอยของทางรถไฟปรากฏอยู่

สถานที่น่าสนใจในเขตอำเภอทองผาภูมิ
น้ำพุร้อนหินดาด หรือน้ำพุร้อนกุยมั่ง
เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติริมลำธาร ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 135 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 323 กิโลเมตรที่ 107 ในบริเวณมีบ่อน้ำร้อนซึ่งสร้างโดยทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ติดกับบ่อน้ำร้อนมีสระน้ำสำหรับผู้มาเยือนได้อาบน้ำและแช่น้ำอุ่นได้โดยสะดวก

น้ำตกผาตาด
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ แต่สามารถเดินทางเข้าถึงโดยใช้เส้นทางสายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ ทางหลวงหมายเลข 323 ถึงกิโลเมตรที่ 105 จะมีทางแยกขวาไปอีก 9 กิโลเมตร ทางราดยางตลอดสายจะมีมากในช่วงปลายฤดูฝน สายน้ำที่ตกลงมาจากหน้าผาสูง จะไหลลดหลั่นลงมาตามชั้นหินปูนที่มีต้นไม้ให้ร่มเงาขึ้นอยู่ทั่วไป บริเวณน้ำตกก่อให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม

เขื่อนเขาแหลม
เป็นเขื่อนหินทิ้งดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 92 เมตร ความยาวสันเขื่อน 1,019 เมตร กั้นลำน้ำแควน้อย เขตตำบลท่าขนุน อยู่เหนืออำเภอทองผาภูมิประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีตามเส้นทางหมายเลข 323 ไปทางเหนือประมาณ 147 กิโลเมตร เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีบ้านพักบริการ สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 436-3179

เลยทางแยกเข้าเขื่อนไปอีก 3 กิโลเมตร จะถึงท่าแพเขื่อนเขาแหลม เป็นที่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือหรือแพเที่ยวชมทะเลสาบ มีบริการแพพักและร้านอาหารอยู่หลายแห่ง

เหมืองปิล็อก
ในตำบลปิล็อกซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิไปทางทิศตะวันตกประมาณ 70 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3272 มีการทำเหมืองแร่ดีบุกวุลแฟรมกันมากบนเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า ระหว่างทางสามารถแวะชม “ปิล็อกฮิลล์” สถานที่ปลูกไม้ผลและไม้ประดับเมืองหนาว ซึ่งอยู่ห่างจากทองผาภูมิประมาณ 32 กิโลเมตร การเดินทางควรใช้ความระมัดระวังและควรใช้รถที่มีกำลังขับเคลื่อนสูง เนื่องจากเส้นทางส่วนใหญ่มีความสูงชันและคดเคี้ยว

อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณป่าเขาและอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลม เป็นพื้นที่ประมาณ 815 ตารางกิโลเมตร นอกจากทิวทัศน์ที่สวยงามของอ่างเก็บน้ำแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ได้แก่

น้ำตกเกริงกระเวีย
เป็นน้ำตกชั้นเตี้ยๆ ไหลลดหลั่นมาตามชั้นหินปูน ซึ่งมีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น กระแสน้ำไหลแผ่กระจายเป็นพื้นที่กว้าง มีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน น้ำตกเกริงกระเวียตั้งอยู่ริมทางสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี เลยทองผาภูมิไปประมาณ 32 กิโลเมตร

น้ำตกไดช่องถ่อง
เป็นน้ำตกขนาดเล็ก เลยจากน้ำตกเกริงกระเวียไปตามเส้นทางทองผาภูมิ-สังขละบุรี 2 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายไปน้ำตกอีกประมาณ 6 กิโลเมตร สภาพเส้นทางเข้าตัวน้ำตกไม่ดีนัก เดินทางลำบากโดยเฉพาะในฤดูฝน

บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี มีสถานที่สำหรับกางเต็นท์พักแรม แต่นักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์มาเอง

น้ำตกทุ่งนางครวญ
เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านทุ่งนางครวญ ตำบลชะแล สภาพน้ำตก ยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมทั่วบริเวณตัวน้ำตกเป็นหินปูน มีทั้งสิ้น 7 ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นหน้าผาขนาดสูงใหญ่ บางชั้นสูงกว่า 50 เมตร และมีน้ำไหลตลอดทั้งปี

น้ำตกทุ่งนางครวญ
อยู่ห่างจากจังหวัดกาญจนบุรีประมาณ 190 กิโลเมตร การเดินทางใช้เส้นทางสาย 323 ตามถนนสายทองผาภูมิ-สังขละบุรี เลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 26 (โดยสังเกตุจากพระพุทธรูปสีขาวที่อยู่บริเวณทางแยก) เดินทางต่อไปอีก 15 กิโลเมตร สภาพถนนเป็นทางราดยางสลับกับทางลูกรังอัดแน่น เมื่อถึงหมู่บ้านทุ่งนางครวญ จะมีทางแยกเข้าน้ำตกอีก 3 กิโลเมตร สภาพถนนเป็นถนนดิน ควรเดินทางโดยรถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือรถกระบะ จากนั้นต้องเดินเท้าต่ออีกประมาณ 30 นาที จึงถึงบริเวณน้ำตกชั้นที่ 1 หากนักท่องเที่ยวต้องการความสะดวก สามารถติดต่อกับชาวบ้านเพื่อว่าจ้างหาผู้นำทางไปยังน้ำตกได้
   
 
Un title page
  ติดต่อสอบถามเพิ่มเติ่มได้ที่   034532031,081-94150957,081-8017706 Fax.034532032 Design by Webthaidd.Com
  แนะนำติชมท ี่phakin_vit @hotmail.com    |  เว็บไซด์ในเครือ| TourMuangThai.com   |  TourKohChang.com |  ElephantPark .com  | BanAomSinResort.com |